วันอังคารที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

Macbook Air น้องใหม่ดีไซน์บาง จาก Apple


สำหรับการออกแบบตัวเครื่อง Macbook Air ตัวใหม่ล่าสุดนี้ ทาง Apple เลือกใช้วัสดุที่เบา และมีความทนทานต่อการเป็นรอยขีดข่วนสูง
อ่านรีวิว

วันพุธที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

รีวิว HTC HD7 Windows Phone7 สุดแร๊ง...งง์


สัมผัสความบันเทิงเต็มรูปแบบ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ กับ HTC HD7 อ่านรีวิวเต็มๆ

ASUS โน้ตบุ๊กบางเฉียบเพียง 19 มิลลิเมตร


เปิดตัว โน้ตบุ๊ก รุ่น U36 บางเฉียบเพียง 19 มิลลิเมตร พร้อมเทคโนโลยีชั้นสูงลิขสิทธิ์เฉพาะของเอซุส

เอซุส เปิดตัว โน้ตบุ๊ก “U36” ขีดสุดของนวัตกรรมที่มีความบางเฉียบ ภายใต้นิยามใหม่แห่งความคล่องตัว ด้วยความหนาเพียง 19 มิลลิเมตร คุณสมบัติการใช้งานอันทรงพลังของหน่วยประมวลผลแบบ Standard Voltage พร้อมด้วยเทคโนโลยี Super Hybrid Engine และ Optimus ที่ช่วยให้แบตเตอรี่ทำงานติดต่อกันได้นานมากขึ้น

เอซุส โน้ตบุ๊ก U36 นวัตกรรมชิ้นเอกที่เต็มเปี่ยมไปด้วยสมรรถนะภายใต้ภาพลักษณ์ที่เพรียวบาง ตอบสนองการพกพาได้ทุกความต้องการ มาพร้อมหน่วยประมวลผล Core i3 และ Core i5 แบบ Standard Voltage จากอินเทล ด้วยท่อความร้อนแบบคู่ ที่ออกแบบโดยเอซุส ช่วยให้ CPU สามารถระบายความร้อนภายใต้พื้นที่จำกัดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากความโดดเด่นด้านประหยัดพลังงานแล้ว ด้วยเทคโนโลยีของตัวประมวลผล CPU แบบ Standard Voltage อันเป็นส่วนหนึ่งของเทคโนโลยี Super Hybrid Engine ที่เหนือชั้นจากเอซุส ผสานกับเทคโนโลยี Optimus จาก NVIDIA ช่วยให้แบตเตอรี่ทำงานได้นานได้สูงสุดถึง 10 ชั่วโมง ผู้ใช้จึงสามารถใช้งานคอมพิวเตอร์แบบพกพาได้ตลอดทั้งวันอย่างแท้จริง

เอซุส โน้ตบุ๊ก U36 ทำจากอลูมิเนียมผสมแมกนีเซียมน้ำหนักเบาและแบตเตอรี่ 4 เซลล์ เหนือชั้นด้วยวัสดุเคลือบขนาดนาโนผิวสัมผัสอ่อนนุ่ม ด้วยคุณสมบัติที่กันได้ทั้งฝุ่นและน้ำ พร้อมความทนทาน ภายใต้น้ำหนักเพียง 1.44 กิโลกรัม

แน่นอน เอซุส โน้ตบุ๊ก U36 เป็นคำตอบที่ถูกต้องสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการความคล่องตัวในการพกพา และสะดวกในการเคลื่อนย้าย ในขณะเดียวกันสามารถใช้งานได้เป็นเวลานาน มี 2 สี ให้เลือกทั้งขาวและดำ พร้อมให้คุณสัมผัสแล้ววันนี้ ที่ตัวแทนจำหน่ายเอซุสชั้นนำ ใน ราคา 29,900 บาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) หรือดูรายละเอียดผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมได้ที่ www.asus.co.th

วันอาทิตย์ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2554

ก้าวสำคัญของ Google เปลี่ยน CEO คนใหม่


Google ยักษ์ใหญ่วงการอินเตอร์ ได้ประกาศว่า จะมีการเปลี่ยนแปลง CEO ผู้บริหารสูงสุด จากเดิมเป็น คุณ Eric Schmidt ไปเป็น คุณ Larry Page ตั้งแต่วันที่ 4 เมษายนนี้ ซึ่งคุณ Larry Page จะเข้ามารับบทบาทเป็น CEO ของ Google บริหารงานประจำแต่ละวัน

ส่วนคุณ Eric Schmidt, CEO ปัจจุบัน จะเปลี่ยนบทบาทไปนั่งเป็นประธานบอร์ดบริหาร ดูแลการเจรจาภายนอก สร้างสัมพันธ์กับลูกค้า และหุ้นส่วนทางการค้าภายนอก การมองหาช่องทางใหม่ๆ และเป็นที่ปรึกษาให้กับคุณ Larry Page

การปรับโครงสร้างครั้งนี้ เพื่อช่วยในการบริหาร Google ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และแบ่งบทบาทของผู้บริหารระดับสูงให้ชัดเจน

คุณ Larry Page เป็นหนึ่งในทีมผู้ก่อตั้ง Google และเคยนั่งบริหารเป็น CEO ของ Google คนแรก ช่วงปี 1998 ถึง 2001 ปัจจุบัน Google มีพนักงานประมาณ 24,400 คน

.. ก็คงต้องติดตาม สิ่งท้าทายอีกมากมายที่รอ คุณ Larry Page กับการบริหารยักษ์ใหญ่อย่าง Google กัน .. [mashable]
ล่าสุด คุณ Eric Schmidt ขายหุ้นออกประมาณ 534,000 หุ้น มูลค่าประมาณ 335 ล้านเหรียญสหรัฐ ..

วันอังคารที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2554

Dell Streak7


สเปคเมื่อโลกของมือถือและโลกของไอทีมาชนกันตรงกลาง ทำให้เกิดเป็นเซ็กเมนต์ใหม่ ซึ่งก็คือแท็บเลตและสมาร์ทโฟน อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะเทรนด์มาในแนวทางนี้ ขณะเดียวกัน การเกิดขึ้นของเอ็นเตอร์ไพรส์ คลาวด์ ทำให้เกิดความต้องการเชื่อมต่อได้ทุกที่ ทุกเวลา ทำให้อุปกรณ์เคลื่อนที่ทั้งหลายเข้ามาตอบโจทย์ ไม่ว่าจะเป็นโน้ตบุ๊ก แท็บเลต และสมาร์ทโฟน ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการใช้งาน

จากคำพูดดังกล่าง ของทาง Dell ในเมืองไทยก็ทำให้มั่นใจได้อีกว่า ในปี 2554 นี้ Dell หันมาเอาจริงกับตลาดกลุ่มนี้มากขึ้น โดยเฉพาะ แท็บเลตและสมาร์ทโฟน โดยเฉพาะแท็บเลตของ Dell ในรุ่น Dell Streak จอขนาด 5 นิ้วก็ได้ถูกนำมาทดสอบชิมลางตลาดเมืองไทยเรียบร้อยแล้ว และก็ได้กระแสตอบรับกลับไปดีพอสมควร ในปี 2554 นี้ คาดว่า Dell คงไม่พลาดที่จะนำเอา แท็บเลต ขนาดจอ 7 นิ้วเข้ามาขายในเมืองไทยอย่างแน่นอน เพราะตลาดในภูมิภาคเอเซียนั้นถือว่าเป็นตลาดที่มีความไวต่อสินค้ามากกว่าทาง ฝั่ง ยุโรปและอเมริกาเสียอีก ดูอย่าง Dell Streak จอ 5 นิ้วก็ได้ทำการเปิดตัวอย่างเป็นทางการที่แรกคือในประเทศเวียตนามแทนที่จะเป้ นอเมริกา

จอขนาด 5 นิ้วของ Dell Streak แม้ว่าจะมีขนาดที่พกพาได้สะดวกแต่ก็ต้องแลกกับมุมมองที่เล็กลงจนทำให้หลายๆ คนมองว่าเครื่องจอ 5 นิ้วมันน่าจะเป็น สมาร์ทโฟนมากกว่าด้วยซ้ำ หากจะนับว่าเป้นแท็บเลต อย่างน้อยสุดมาตราฐานน่าจะอยู่ที่ 7 นิ้ว และมีผู้ใช้จำนวนไม่น้อยค่อนข้างพึงพอใจกับขนาดจอ 7 นิ้วมากพอสมควร เนื่องจากเป็นขนาดกำลังพอดี

วันจันทร์ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2554

IPAD 2 ความจุ 128 G.



ออกมาเห็นหน้าตากันจริงๆ สักทีหลังจาก วับๆ แวมๆ อยู่นานทีเดียวสำหรับเครื่อง Tablet ที่เป็นวาระแห่งชาติ เมื่อ iPad 2 ออกมาโชว์หน้าตากันแบบเต็มๆ แต่เครื่องที่เห็นในภาพไม่ใช่เครื่องตัวจริงที่ทำงานได้ แต่มันก็คือเครื่อง Mockup หรือเครื่องจำลอง ที่มีขนาดและหน้าตาเหมือนกับเครื่องตัวจริงรวมทั้งน้ำหนักที่ใกล้เคียงกับ เครื่องตัวจริง ซึ่งเค้านำมาโชว์คู่กับอุปกรณ์เสริม โดยเครื่อง iPad 2 จะมีเขียนด้านหลังเครื่องว่า ขนาดความจุที่ 128GB ซึ่งนับว่าเป็นความจุที่มากจนน่าพอใจ ซึ่งอาจจะหมายถึงว่า เครื่อง iPad2 ที่กำลังจะออกในเร็วๆนี้ น่าจะมีกล้องในคุณภาพที่สูงขึ้น ดังนั้นจึงมีหน่วยความจำที่สูงขึ้นตามเพื่อจัดการกับพื้นที่หน่วยความจำใน เครื่อง ซึ่งก่อนหน้านี้เคยมีกระแสบ่นมาเป็นระยะกับ iPhone 4 ที่มีกล้องคุณภาพดีถ่าย VDO ได้ในระดับสูงแต่หน่วยความจำกลับน้อยไปหน่อย จากข้อมูลที่เห็นในภาพจึงทำให้เราทราบครับว่า ขนาดเครื่องจริงของ iPad 2 นั้นก็จะมีขนาดความยาวตัวเครื่อง 240.8 มิลลิเมตร กว้าง 185.5 มิลลิเมตร และมีขนาดความบางที่ 9.4 มิลลิเมตรเท่านั้น คือบางกว่า 1 เซนติเมตรนั่นเอง
และ หากดูจากในแผ่นป้ายโฆษณาดีๆจะเห็นครับว่า เจ้าอุปกรณ์เสริมแท่นวางนี้มันรองรับ iPhone 5 ด้วยโดยมีรูปลายเส้นของเครื่อง iPhone 5 เรียงอยู่ด้านล่างของภาพ และมีหน้าตาคล้ายกับ iPhone 4 ซึ่งอาจจะหมายรวมไปถึงว่า VDO ก่อนหน้านี้ที่ได้นำมาให้ชม เกี่ยวกับชิ้นส่วนของ iPhone 5 ที่เป็นส่วนตัวเครื่องก็คงจะไม่ผิด จนทำให้ VDO ชุดดังกล่าวถูกทาง Apple ระงับไปในที่สุด

อย่างไรก็ตามการปรากฎตัวของ iPad2 ในครั้งนี้แม้ว่าจะเป็นตัว Mockup แต่ก็รู้สึกทแม่งๆนิดหน่อยที่ปกติแล้ว Apple ไม่เคยปล่อยให้คนได้เห็นหน้าตาก่อนเครื่องตัวจริงจะออก แต่มาครั้งนี้เห็นแบบเต็มๆกันแบบนี้ก็เลยทำให้รู้สึกแปลกๆ แต่อย่างไรก็ตามเชื่อว่าเครื่องที่เห้นในภาพวันนี้ ผมให้คะแนน 90% ก็แล้วกันเชื่อว่าเครื่อง Mockup นี้คือเครื่อง iPad 2 จริงๆ เพราะไม่ว่าจะตราโลโก้ และการนำมาโชว์ในที่สาธารณะแบบนี้ ถ้าเอาของเลียนแบบมาโชว์มีหวังโดน Apple เล่นเอาอ่วมแน่นอน

วันจันทร์ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2553

เหตุผลที่ Chrome OS Netbook น่าใช้?





หลังจากที่ได้มีการแนะนำกันไปบ้างแล้ว สำหรับ Chrome OS Netbook ซึ่งก็มีคุณผู้อ่านหลายท่านที่ให้ความสนใจกันพอสมควร แต่ในขณะเดียวกันก็มีคำถามตามมาว่า มันก็แค่"เน็ตบุ๊ค"เครื่องหนึ่ง และหากจะว่าไปมันดูเหมือนกำลังจะเป็นขาลงของเน็ตบุ๊คไม่ใช่ หรือ? แล้ว Google Cr-48 เน็ตบุ๊คที่ทำงานด้วย Chrome OS มีดีอะไร? ที่ทำให้ผู้ใช้ต้องหันมามอง

หากคุณผู้อ่านสนใจในประเด็นนี้ ลองเสิร์ชคำว่า Google CR-48 ใน YouTube จะพบว่า มีคลิปสารพัดที่พยายามให้คำตอบในเรื่องนี้ ล่าสุดทาง Google เองได้จัดทำคลิปแนะนำ และตอกย้ำคำอ้างเกี่ยวกับ Google Chrome OS Netbook ที่ว่า มันไม่เพียงแต่มีดีไซน์ที่น่าใช้ด้วยความบางเพียง 0.9 นิ้ว และหนักแค่ 3.6 ปอนด์ (1.63 กิโลกรัม) เท่านั้น แต่ไม่ว่าคุณจะทำมันพังสักกี่เครื่อง ข้อมูลต่างๆ และงานของคุณจะพร้อมใช้ด้วยระบบการทำงานแบบ Cloud computing ได้ทันทีที่เปลี่ยนเครื่องใหม่ ลองชมคลิปข้างข้างนี้ดูนะครับ รับรองว่า คุณต้องชอบแน่ๆ
ข่าวไอที ทิป-เทคนิค คอมพิวเตอร์">


ทั่วโลกค้นหาอะไรมากที่สุดในปี 2010

หลังจาก Yahoo ออกรายงานคีย์เวิร์ดที่ผู้คนทั่วโลกค้นหามากที่สุด หรือ Top Searches ได้เพียงไม่กี่วัน Google ก็รีบประกาศผลลัพธ์เดียวกันนี้จากรายงานประจำปีของ Zeitgeist ทันทีเช่นเดียวกัน โดยในรายงานดังกล่าวจะมีทั้งผลลัพธ์คำค้นยอดนิยมประจำปี 2010 ทั้งในภูมิภาคต่างๆ และทั่วโลก ลองเดาดูก่อนที่จะอ่านเฉลยในข่าวนะครับ ว่าคุณจะแม่นสักแค่ไหน?

Google ได้ทำการวิเคราะห์คีย์เวิร์ดที่เกิดขึ้นหลายพันล้านครั้งในรอบปี 2010 โดยเปรียบเทียบกับผลลัพธ์การเสิร์ชในปี 2009 เพื่อดูว่า มีแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงอะไรที่เกิดขึ้นในปีนี้ ผลลัพธ์คือ 3 คีย์เวิร์ดแรกที่มีการค้นเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อเทียบในช่วงสองปีนี้คือ Chatroulette, iPad และ Justin Bieber ในขณะเดียวกัน Twitter และ Facebook ก็ติดอันดับกับเขาด้วย โดยอยู่ในอันดับที่ 9 และ 10 ตามลำดับ ในระหว่างหัวข้อยอดฮิตเหล่านี้ก็มีประเด็นที่น่าสนใจที่ทั่วโลกให้การติดตามในปี 2010 ด้วยนั่นคือ หวัดหมู swine flu หรือเรื่องราวของนิยายรักแวมไพร์และผู้แต่งอย่าง Twilight: New Moon และ Stephanie Meyer ตามด้วยนักร้องคุณป้าที่ดังภายในข้ามคืนอย่าง Susan Boyle รวมถึงภาพยนต์ที่กวาดรางวัลมากมายอย่าง Slumdog Millionaire และ Michael Jackson

iPad เป็นคำที่มีการค้นมากเป็นอันดับหนึ่งในหมู่สินค้า consumer electronics ตามด้วย iPhone 4, Nokia 5530, HTC EVO 4G และ Nokia N900 ส่วนคำค้นที่เกียวกับข่าวทีมีอันดับสูงสุดคงจะหนีไม่พ้นข่าวแผ่นดินไหวที่ Haiti และคีย์เวิร์ด "earthquake" และที่ตามติดมาในหมวดนี้ด้วยก็คือ Lady Gaga และ iPhone 4 หากคุณผู้อ่านต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสิ่งทีผู้คนทั่วโลกค้นหาและให้ความสนใจในปี 2010 จาก Google ก็สามารถเข้าไปดูได้ที่ Zietgeist 2010 ซึ่งจะมีเครื่องมือต่างๆ ที่ช่วยให้คุณดำดิ่งลึกลงไปในข้อมูลได้อย่างง่ายดาย เอ่อ...เรื่องราวในบ้านเราก็ดังเหมือนกัน

วันพฤหัสบดีที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

BB Apps: Facebook 1.9.0.20 now available in BlackBerry App World


Facebook 1.9.0.20 พร้อมให้ดาวน์โหลดใน Appworld แล้วครับ....
>>> รายละเอียดเพิ่มเติมที่ http://pdamobiz.com/show_news.asp?NewsID=369707&PN=1

Code Mouse


วันพุธที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

อย่าช้า Dell Streak เปิดให้จองแล้วมีแค่ 500 เครื่อง





ศึกแท็บเบล็ตในไทยเริ่มจุดประกายร้อนระอุขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อ Dell ประกาศขายเครื่อง Dell Streak ซึ่งเป็นแท็บเบล็ตตัวแรกของ Dell ในราคาที่ 19,900 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว) , จากราคาเต็ม 21,990 บาท
ทุบราคา ลงมากว่าที่คาดหมายเอาไว้ โดยทาง Dell เปิดให้จองเครื่องแล้วในตอนนี้เริ่มตั้งแต่วันที่ 22 ตุลาคม โดยมีเครื่องจำนวนจำกัดเพียง 500 เครื่องเท่านั้น ซึ่งผมเองเชื่อว่าไม่กี่วันน่าจะหมดกับเครื่องในราคาที่ต่ำกว่าที่คาดหมาย เอาไว้ แม้ว่าเครื่องรุ่นนี้จะมีขนาดหน้าจอเล็กกว่าเครื่องรุ่นอื่นๆ โดยมีขนาดเพียง 5 นิ้วแต่สำหรับราคาแบบนี้เมื่อเทียบกับคุณสมบัติก็ถือว่าน่าสนใจไม่ใช่น้อย

เมื่อไม่กี่วันก่อนที่ผ่านมา สตี๊ฟ จ๊อบส์ เคยออกมาบอกว่า แท็บเบล็ต ที่ดีควรจะมีหน้าจออย่างต่ำก็คือ 9.7-10 นิ้ว เพราะหากต่ำกว่านี้จะใช้งานไม่สะดวก และมันจะกลายเป็นเครื่อง PDA Phone ไปในที่สุดเพราะขนาดหน้าจอใกล้เคียงกัน ซึ่งเรื่องนี้ก็เป็นการวิเคราะห์จากทางฝ่าย Apple เพียงฝ่ายเดียว

อย่างไรก็ตาม Dell Streak ที่เปิดให้จองนั้น จะใช้ระบบ Android 1.6 Donut และทางศูนย์บริการจะทำการอัพเกรดเป็น Android 2.1 จองแล้วรับเครื่องที่บูธของ Dell ในงาน Commart วันที่ 5-7 พฤศจิกายน 2010 ณ ศูนย์สิริกิติ์ ตัวเครื่องใช้ 3G ระบบ 900/2100 MHz ซึ่งจะไม่สามารถใช้งานกับระบบ 3G ของ ทรูที่เปิดใช้อยู่ในขณะนี้

จุดเด่นของเครื่องรุ่นนี้มีดังนี้ครับ

1.หน้าจอสัมผัสขนาด 5 นิ้ว ดีที่สุดสำหรับการท่องเว็บ การเล่นมัลติมีเดีย และเหมาะมือสะดวกในการพกพา
2.จอแสดงผลทำจากวัสดุ Gorilla Glass ที่ให้ความทนทานสูง
3.ประสิทธิภาพในการประมวลผลที่รวดเร็วด้วย 1GHz Qualcomm Snapdragon Processor
4.กล้อง 2 ตัวเพิ่มความคล่องตัว ในการจับช่วงเวลาสำคัญทั้งภาพนิ่งหรือวีดีโอ
5.การรับสัญญาณ A-GPS และ e-compass ระบุตำแหน่งในการนำทางบนแผนที่แบบเรียลไทม์
6.ระบบ Multitasking ให้คุณไม่พลาดการแจ้งเตือนจาก Social Network และสนุกสนานไปกับการฟังเพลงขณะที่ใช้ระบบนำทาง
7.ชมวีดีโอผ่านการเชื่อมต่อ HDMI
เปิด ประสบการณ์ใหม่กับการรับชมความบันเทิงผ่านทาง HDTV โดยเชื่อมต่อผ่าน Dell Streak Home Dock (อุปกรณ์เสริมจำหน่ายแยกชุด) กับคอมพิวเตอร์หรือจะถ่ายโอนไฟล์วีดีโอไปยัง Dell Streak โดยตรงได้ง่ายนิดเดียว

ที่มา:http://technology.impaqmsn.com

Samsung บอกไม่ได้ทำ Nexus 2 (Nexus S) ซะหน่อย


ข่าวลือก็คือข่าวลือวันยังค่ำ ยังไงก็ต้องมีถูกไม่ก็ผิด แต่บังเอิญคราวนี้ผิดเต็มประตูเพราะ Samsung ออกมาปฏิเสธแล้วว่าไม่ได้ทำ Nexus 2 นะจ๊ะ

ลือกันไปลือกันมาว่า Samsung ริจะผลิตมือถือระบบปฏิบัติการ Android 2.3 GingerBread เพื่อเป็นต้นแบบให้ผู้ผลิตกระทำตาม ตอนแรกก็ดูเหมือนว่าจะมีแนวโน้มไปทางนั้น (เพราะไม่มีใครโต้แย้งเลย) แต่แล้วความจริงก็ถูกเปิดเผยว่าไม่ได้เป็นเช่นนั้น

Samsung Electronics ให้ข้อมูลกับสำนักข่าว Denawa แห่งเกาหลีใต้ว่า Samsung ไม่ได้เป็นผู้ผลิตเครื่อง Nexus 2 หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า Nexus S ให้กับ Google เลยแม้แต่น้อย อ้าว ไหงหลุดมาซะอย่างนั้น

แต่ที่แน่ ๆ วันที่ 8 พฤศจิกายนนี้ Samsung จะเตรียมตัวเปิดตัวมือถือรุ่น Continuum ที่ดัดแปลงจากรุ่น Galaxy S สำหรับเครือข่าย Verizon พกพาจุดเด่นด้วยหน้าจอ 2 จอ คือหน้าจอสัมผัสปกติและหน้าจอสำหรับเมนู แนวคิดก็แนวคล้าย ๆ LG KF600 นั่นล่ะคะ

ที่มา:http://technology.impaqmsn.com

มารู้จัก E-Book




กว่าจะมาเป็น e-Book

หนังสือที่มีอยู่โดยทั่วไป จะมีลักษะเป็นเอกสารที่จัดพิมพ์ด้วยกระดาษ แต่ด้วยความเปลี่ยนแปลงของ ยุค สมัย และความเปลี่ยนแปลงด้านเล็กทรอนิกส์ ที่มีการพัฒนาต่อเนื่องอย่างไม่หยุดยั้ง ทำให้มีการคิดค้นวิธีการใหม่โดยใช้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์เข้ามาช่วย จึงได้นำหนังสือดังกล่าวเหล่านั้นมาทำคัดลอก (scan) โดยที่หนังสือก็ยังคงสภาพเดิมแต่จะได้ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นแฟ้มภาพ ขึ้นมาใหม่ วิธีการต่อจากนั้นก็คือจะนำแฟ้มภาพตัวหนังสือมาผ่านกระบวนการแปลงภาพเป็นตัว หนังสือ (text) ด้วยการทำ OCR (Optical Character Recognition) คือการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์เพื่อแปลงภาพตัวหนังสือให้เป็นตัวหนังสือที่สามารถแก้ไขเพิ่มเติมได้
การถ่ายทอดข้อมูลในระยะต่อมา จะถ่ายทอดผ่านทางแป้นพิมพ์ และประมวลผลออกมาเป็นตัวหนังสือและข้อความด้วยคอมพิวเตอร์ ดังนั้นหน้ากระดาษก็เปลี่ยนรูปแบบไปเป็นแฟ้มข้อมูล (
files) แทน ทั้งยังมีความสะดวกต่อการเผยแพร่และจัดพิมพ์เป็นเอกสาร (documents printing) รูปแบบของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ยุคแรกๆ มีลักษณะเป็นเอกสารประเภท .doc, .txt, .rtf, และ .pdf ไฟล์ ต่อมาเมื่อมีการพัฒนาภาษา HTML (Hypertext Markup Language) ข้อมูลต่างๆ ก็จะถูกออกแบบและตกแต่งในรูปของเว็บไซต์ โดยในแต่ละหน้าของเว็บไซต์เราเรียกว่า "web page" โดยสามารถเปิดดูเอกสารเหล่านั้นได้ด้วยเว็บเบราว์เซอร์ (web browser) ซึ่งเป็นโปรแกรมประยุกต์ที่สามารถแสดงผลข้อความ ภาพ และการปฏิสัมพันธ์ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต

เมื่ออินเทอร์เน็ตได้รับความนิยมมากขึ้น บริษัทไมโครซอฟต์ (Microsoft) ได้ผลิตเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ขึ้นมาเพื่อคอยแนะนำในรูปแบบ HTML Help ขึ้นมา มีรูปแบบของไฟล์เป็น .CHM โดยมีตัวอ่านคือ Microsoft Reader (.LIT) หลังจากนั้นต่อมามีบริษัทผู้ผลิตโปรแกรมคอมพิวเตอร์จำนวนมาก ได้พัฒนาโปรแกรมจนกระทั่งสามารถผลิตเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ออกมาเป็นลักษณะ เหมือนกับหนังสือทั่วไปได้ เช่น สามารถแทรกข้อความ แทรกภาพ จัดหน้าหนังสือได้ตามความต้องการของผู้ผลิต และที่พิเศษกว่านั้นคือ หนังสืออิเล็กทรอนิกส์เหล่านี้ สามารถสร้างจุดเชื่อมโยงเอกสาร (Hypertext) ไป ยังเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องอื่นๆ ทั้งภายในและภายนอกได้ อีกทั้งยังสามารถแทรกเสียง ภาพเคลื่อนไหวต่างๆ ลงไปในหนังสือได้ โดยคุณสมบัติเหล่านี้ไม่สามารถทำได้ในหนังสือทั่วไป

ความหมายของ e-Book

อีบุ๊ค” (e-book, e-Book, eBook, EBook,) เป็นคำภาษาต่างประเทศ ย่อมาจากคำว่า electronic book หมาย ถึง หนังสือที่สร้างขึ้นด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์มีลักษณะเป็นเอกสาร อิเล็กทรอนิกส์ โดยปกติมักจะเป็นแฟ้มข้อมูลที่สามารถอ่านเอกสารผ่านทางหน้าจอคอมพิวเตอร์ ทั้งในระบบออฟไลน์และออนไลน์
คุณลักษณะของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์สามารถเชื่อมโยงจุดไปยังส่วนต่างๆ ของหนังสือ เว็บไซต์ต่างๆ ตลอดจนมีปฏิสัมพันธ์และโต้ตอบกับผู้เรียนได้ นอกจากนั้นหนังสืออิเล็กทรอนิกส์สามารถแทรกภาพ เสียง ภาพเคลื่อนไหว แบบทดสอบ และสามารถสั่งพิมพ์เอกสารที่ต้องการออกทางเครื่องพิมพ์ได้ อีกประการหนึ่งที่สำคัญก็คือ หนังสืออิเล็กทรอนิกส์สามารถปรับปรุงข้อมูลให้ทันสมัยได้ตลอดเวลา ซึ่งคุณสมบัติเหล่านี้จะไม่มีในหนังสือธรรมดาทั่วไป

โปรแกรมที่นิยมใช้สร้าง e-Book

โปรแกรมที่นิยมใช้สร้าง E-Book มีอยู่หลายโปรแกรมแต่ที่นิยมใช้กันมาในปัจจุบันได้แก่
1. โปรแกรมชุด Flip Album
2. โปรแกรม
DeskTop Author
3. โปรแกรม
Flash Album Deluxe
ชุดโปรแกรมทั้ง 3 จะต้องติดตั้งโปรแกรมสำหรับอ่าน
e-Book
ด้วย มิฉะนั้น แล้วจะเปิดเอกสารไม่ได้ ประกอบด้วย
1.1 โปรแกรมชุด
Flip Album ตัวอ่านคือ FlipViewer

1.2 โปรแกรมชุด
DeskTop Author ตัวอ่านคือ DNL Reader
1.3 โปรแกรมชุด
Flash Album Deluxe ตัวอ่านคือ Flash Player

ความแตกต่างของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (e-Book) กับหนังสือทั่วไป
ความแตกต่างของหนังสือทั้งสองประเภทจะอยู่ที่รูปแบบของการสร้าง การผลิตและการใช้งาน เช่น
1. หนังสือทั่วไปใช้กระดาษ หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ไม่ใช้กระดาษ
2. หนังสือทั่วไปมีข้อความและภาพประกอบธรรมดา หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ สามารถสร้างให้มี
ภาพเคลื่อนไหวได้
3. หนังสือทั่วไปไม่มีเสียงประกอบ หนังสืออิเล็กทรอนิกส์สามารถใส่เสียงประกอบได้
4. หนังสื่อทั่วไปแก้ไขปรับปรุงได้ยาก หนังสื่ออิเล็กทรอนิกส์สามารถแก้ไขและปรับปรุงข้อมูล
(
update)
ได้ง่าย
5. หนังสือทั่วไปสมบูรณ์ในตัวเอง หนังสืออิเล็กทรอนิกส์สามารถสร้างจุดเชื่อมโยง (
links)
ออก
ไปเชื่อมต่อกับข้อมูลภายนอกได้
6. หนังสือทั่วไปต้นทุนการผลิตสูง หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ต้นทุนในการผลิตหนังสือต่ำ
ประหยัด
7. หนังสือทั่วไปมีขีดจำกัดในการจัดพิมพ์ หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ไม่มีขีดจำกัดในการจัดพิมพ์
สามารถทำสำเนาได้ง่ายไม่จำกัด
8. หนังสือทั่วไปเปิดอ่านจากเล่ม
หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ต้องอ่านด้วยโปรแกรม ผ่านทาง
หน้าจอคอมพิวเตอร์
9. หนังสือทั่วไปอ่านได้อย่างเดียว หนังสืออิเล็กทรอนิกส์นอกจากอ่านได้แล้วยังสามารถ
สั่งพิมพ์ (
print)
ได้
10. หนังสือทั่วไปอ่านได้1 คนต่อหนึ่งเล่ม หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ 1 เล่ม สามารถอ่านพร้อมกัน
ได้จำนวนมาก (ออนไลน์ผ่านอินเทอร์เน็ต)
11. หนังสือทั่วไปพกพาลำบาก (ต้องใช้พื้นที่) หนังสืออิเล็กทรอนิกส์พกพาสะดวกได้ครั้งละ
จำนวนมากในรูปแบบของไฟล์คอมพิวเตอร์ใน
Handy Drive หรือ CD

12. หนังสืออิเล็กทรอนิกส์เป็นนวัตกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

โครงสร้างหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (e-Book Construction)
ลักษณะโครงสร้างของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์จะมีความคล้ายคลึงกับหนังสือทั่วไป ที่พิมพ์ด้วยกระดาษ หากจะมีความแตกต่างที่เห็นได้ชัดเจนก็ คือ กระบวนการผลิต รูปแบบ และวิธีการอ่านหนังสือ

สรุปโครงสร้างทั่วไปของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ ประกอบด้วย
1. หน้าปก (Front Cover)

หมายถึง ปกด้านหน้าของหนังสือซึ่งจะอยู่ส่วนแรก เป็นตัวบ่งบอกว่า หนังสือ
เล่มนี้ชื่ออะไร ใครเป็นผู้แต่ง

2. คำนำ (Introduction)
หมายถึง คำบอกกล่าวของผู้เขียนเพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับข้อมูล และเรื่องราวต่างๆ ของหนังสือเล่มนั้น
3. สารบัญ (Contents)
หมาย ถึง ตัวบ่งบอกหัวเรื่องสำคัญที่อยู่ภายในเล่มว่าประกอบด้วยอะไรบ้างอยู่ที่หน้า ใดของหนังสือ สามารถเชื่อมโยงไปสู่หน้าต่างๆ ภายในเล่มได้

4. สาระของหนังสือแต่ละหน้า หมายถึง ส่วนประกอบสำคัญในแต่ละหน้า ที่ปรากฏภายในเล่มประกอบด้วย

หน้าหนังสือ (Page Number)
ข้อความ (Texts)
ภาพประกอบ (Graphics) .jpg, .gif, .bmp, .png, .tiff
เสียง (Sounds) .mp3, .wav, .midi
ภาพเคลื่อนไหว (Video Clips, flash) .mpeg, .wav, .avi
จุดเชื่อมโยง (Links)

5. อ้างอิง หมายถึง แหล่งข้อมูลที่ใช้นำมาอ้างอิง อาจเป็นเอกสาร ตำรา หรือ เว็บไซต์ก็ได้
6. ดัชนี หมายถึง การระบุคำสำคัญหรือคำหลักต่างๆ ที่อยู่ภายในเล่ม โดยเรียงลำดับตัวอักษร
ให้สะดวกต่อการค้นหา พร้อมระบุเลขหน้าและจุดเชื่อมโยง
7. ปกหลัง หมายถึง ปกด้านหลังของหนังสือซึ่งจะอยู่ส่วนท้ายเล่ม

บทความนี้เขียนโดย ดร.ไพฑูรย์ ศรีฟ้า